จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางของภาคใต้และอยู่ตั้งระหว่างฝั่งตะวันตกที่มีทะเลอันดามัน และฝั่งตะวันออกที่มีทั้งทะเลสาบและทะเลอ่าวไทย จึงเกิดความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ สะสมมาเป็นเวลาช้านานโดยเฉพาะการดำรงชีวิตการประกอบอาชีพของชาวบ้าน และแหล่งโบราณวัฒนธรรม จึงเกิดการผลัดดันของคนรุ่นใหม่ให้เป็นมรดกโลกที่สมควรอนุรักษ์ไว้และเป็นจังหวัดเดี่ยวที่มี 3 มรดกโลก ที่สมควรอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานชาวจังหวัดพัทลุงและคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ประกอบไปด้วย
1 พื้นที่ชุ่มน้ำโลก ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เป็นป่าพรุมีน้ำท่วมขังตลอดปี เป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนานาชนิด โดยเฉพาะนกกาบบัว ที่พบได้ที่นี่เพียงที่เดียว ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 เป็นลักษณะทางภูมิประเทศที่มีรูปแบบเป็นพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วม มีน้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขัง หรือท่วมอยู่ถาวร และชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่ง และน้ำทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม และพื้นที่เมื่อน้ำลดลงต่ำสุดมีความลึกของระดับน้ำไม่เกิน 6 เมตร
2 มรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “โนรา” ได้รับการประกาศจากยูเนสโก เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโก “โนรา” เป็นพิธีกรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ผูกพันกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตผู้คนในภาคใต้ของประเทศไทย มีเอกลักษณ์เด่นในการร้องและการร่ายรำ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาของชาวบ้านรุ่นต่อรุ่น“โนรา” ได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะการแสดงอันวิจิตรงดงามที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ให้ประชาคมโลกได้รับรู้
และ 3) มรดกทางการเกษตรโลก “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” ได้รับการประกาศจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 เป็นวิถีการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมของเกษตรกรท้องถิ่นที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นระยะเวลากว่า 250 ปี ของ “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง
ดังนั้นทางจังหวัดพัทลุง โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับภาคเอกชน จัดงานครั้งแรกของงาน 3 มรดกโลก จากแนวคิดของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องกันว่า พัทลุงมีของดีระดับโลกถึง 3 มรดกโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ กิจกรรมงานดังกล่าวเริ่มวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2567 โดยมีทั้งเรื่องขององค์ความรู้ของมรดกโลกทั้ง 3 มรดก การเสวนาวิชาการในประเด็น การยกระดับมรดกโลก 3 มรดก การล่องเรือเช็คอินถิ่นควายน้ำพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (เที่ยวพิเศษ) การดูนก พิธีกรรมโบราณ “บูชาหิ้งโนรา” การแสดงมโนราห์ การทำ Workshop แจกพันธุ์กล้าไม้พื้นถิ่น การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากชุมชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งมีนางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ในพื้นทีและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงาน 3 มรดกโลก (3 World Heritage Festival) พื้นที่ชุ่มน้ำโลก มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และมรดกทางการเกษตรโลก”